• แบรนด์ที่น่าสนใจ
  • ความรู้เกี่ยวกับนาฬิกา

ขอต้อนรับสู่ห้องงานช่างแกะสลัก BOVET

30 ส.ค. 2024

ขอต้อนรับสู่ห้องงานช่างแกะสลัก BOVET - Cortina Watch Thailand

จุดสูงสุดแห่งงานฝีมือแบบดั้งเดิม

ใจกลางเทือกเขาฌูว์รา ทางตอนเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สถานที่แห่งหนึ่งถูกซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านช่างทำนาฬิกาตราเมลอง โรงช่างที่ถูกใช้สร้างนาฬิกาชั้นสูงตามธรรมเนียมเก่าแก่ที่สืบทอดจากอดีต – ห้องงานช่างแกะสลัก BOVET

ภายในห้องทำงานของเวิร์คช็อปแห่งนี้มีแสงธรรมชาติลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อให้ช่างแกะสลักที่มีทักษะฝีมือขั้นสูงของ BOVET สร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นเอกขึ้นมาด้วยมือของพวกเขาอย่างพิถีพิถันทีละชิ้น

ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ และผ่อนคลาย จนเหมือนกับเวลาของสถานที่แห่งนี้ถูกหยุดไว้ชั่วขณะ Pascal Raffy เจ้าของ BOVET คนปัจจุบัน เข้าใจเป็นอย่างดีว่าการสร้างงานศิลปะมีขั้นตอนละเอียดอ่อน ดังนั้นจะไม่มีกำหนดเส้นตาย และไม่มีแรงกดดันใดๆ —การแกะสลักนาฬิกาทุกเรือนสามารถใช้เวลาได้อย่างเต็มที่เพื่อความสมบูรณ์แบบ วิธีการทำงานรูปแบบนี้ทำให้ช่างฝีมือของพวกเขาทุ่มเทสมาธิกับชิ้นงานที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีสิ่งใดรบกวนจิตใจหรือเผชิญความเครียดที่ไม่จำเป็น

งานแกะสลักลวดลายทั้งหมดทำด้วยมือไม่มีการใช้เครื่องจักรหรือแม่พิมพ์ ทำให้หากเกิดความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้งานชิ้นนั้นต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น

ประวัติศาสตร์งานแกะสลัก

การแกะสลักมีหลักฐานที่ถูกค้นพบย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ ตามธรรมเนียมในยุคนั้นจะใช้เพื่อแสดงถึงความร่ำรวย การตกแต่งอัญมณีเครื่องประดับ และเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของต่างๆ ขณะที่ BOVET เริ่มต้นแกะสลักระบบกลไก และตัวเรือนนาฬิกาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1800 และในความเป็นจริงพวกเขาคือผู้ผลิตนาฬิการายแรกที่จัดแสดงนิทรรศการด้วยความหลงใหลการตกแต่งระบบกลไกที่วิจิตรบรรจงของผู้เป็นเจ้าของ

มาสู่ช่วงเวลาปัจจุบันภายในโรงงานผลิตของ BOVET พวกเขามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการสืบทอดศิลปะงานการแกะสลักด้วยมือ และพร้อมที่จะสนับสนุนเทคนิคเหล่านี้สู่อนาคต

ปรมาจารย์แห่งการแกะสลัก

Credit: BOVET

ปรมาจารย์แห่งการแกะสลัก

บรรดาช่างฝีมือที่มีทักษะอันน่าเหลือเชื่อ และความเชี่ยวชาญด้านงานแกะสลักจะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนศิลปะ โดยทุกคนต้องเข้ามาเป็นช่างฝึกหัดเพื่อเรียนรู้จนกว่าจะมีความพร้อมอย่างแท้จริง เพื่อรับตำแหน่งช่างแกะสลักระดับสูง – Master Engraver – คุณสมบัติหลักของช่างแกะสลักจะต้องมีอารมณ์ที่มั่นคง, ความเยือกเย็น, ความหลงใหลงานศิลปะ และความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด

ในห้องงานช่างของ BOVET เหล่าช่างแกะสลัก Master Engraver จะต้องทำงานกับนาฬิกาในคอลเลคชั่นต่างๆ ทั้งการแกะสลักตัวเรือน, ฐานหน้าปัด, ระบบกลไก, กรอบตัวเรือน และชิ้นส่วนอื่นๆ รวมทั้งยินดีที่จะสร้างสรรค์งานแกะสลักตามความต้องการของนักสะสมคนสำคัญ

ผลงานแกะสลักแต่ละชิ้นเป็นสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ว่าจะแกะสลักด้วยลวดลายซับซ้อนเหมือนกันก็ตาม แต่จะมีความแตกต่างในรายละเอียดที่สามารถเห็นได้ชัดเจน ทำให้ผลงานแกะสลักทุกชิ้นจะมีเพียงหนึ่งเดียวบนโลก กลายเป็นชิ้นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง

เครื่องมือ และเทคนิค

Credit: BOVET

เครื่องมือ และเทคนิค

เครื่องมือ และเทคนิคของช่างแกะสลักไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากเท่าไรนักในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยปัจจุบันโลหะที่ใช้ผลิตเครื่องมือแกะสลักมีคุณภาพสูงขึ้น และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น แต่รูปทรง และการใช้งานยังคงเหมือนเดิม ช่างแกะสลักยุคใหม่สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์เข้ามาช่วยเก็บรายละเอียด แต่การทำงานส่วนอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม

ช่างฝีมือของ BOVET มีความเชี่ยวชาญด้านการสร้างลวดลายแกะสลัก และออกแบบลวดลายที่ซับซ้อนด้วยการขูดเศษโลหะที่ปกติจะเป็นทองคำเพื่อสร้างรูปทรงทั้งจากตัวเรือน, ขอบตัวเรือน, ตัวล็อกสาย และส่วนประกอบของนาฬิกา โดยช่างแกะสลักจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ‘Graver’ ที่จะมีด้ามจับกระชับกับฝ่ามือของผู้ใช้งาน และด้านปลายแหลมที่สามารถเจาะวัสดุโลหะในมุมที่แม่นยำเพื่อสร้างลวดลาย, เส้นโค้ง และการประดับตกแต่งอื่นๆ

นอกเหนือจากความสามารถในการแกะสลักหลากหลายรูปแบบ ช่างแกะสลักของ BOVET ยังมีความเชี่ยวชาญการใช้เครื่องมือค้อน และสิ่ว ในงานแกะสลัก โดยความชำนาญที่หลากหลายทำให้นาฬิกาหลายเรือนของ BOVET จะใช้การแกะสลักด้วยสิ่ว และลวดลาย Fleurisanne บนชิ้นส่วนต่างๆ – ทั้งตัวเรือน, ขอบตัวเรือน, แผ่นกลไก, หน้าปัด, ฐานหน้าปัด และชิ้นส่วนอื่นๆ

การออกแบบ

งานแกะสลักแบบ Fleurisanne เป็นรูปแบบการตกแต่งที่ปรากฎอยู่บนนาฬิกาของ BOVET มากที่สุด โดยอ้างอิงจากดอกไม้ และเถาวัลย์ที่อยู่บนเสากรีกโบราณ สไตล์การแกะสลักนี้ยังคงเป็นที่ต้องการมากที่สุดในหมู่นักสะสมไม่ว่าจะเป็นการตบแต่งขอบตัวเรือน, ตัวล็อกสาย, สะพานจักร หรือตัวเรือนทั้งหมด

ลวดลายแบบ Bris de Verre ที่มีความหมายตามตัวอักษรว่า “กระจกแตก” ประกอบด้วยรายละเอียดเล็กน้อยเหมือนสามเหลี่ยมที่วางซ้อนกันอย่างไร้รูปแบบ การตกแต่งลวดลายนี้ส่วนใหญ่จะอยู่บนกลไก และตัวเรือนของนาฬิการุ่นพิเศษอย่างคอลเลคชั่น BOVET’s Grand Complications โดยลวดลายนี้ปรากฎอยู่ในกลไกของ BOVET เป็นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 กลายเป็นผลงานการออกแบบที่หรูหรา และละเอียดอ่อนที่ต้องใช้เวลามากกว่า 100 ชั่วโมงในการแกะสลักตัวเรือนเพียงอย่างเดียว

ช่างแกะสลักของ BOVET มีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือสิ่ว และการถ่ายทอดวิธีใช้ค้อนขนาดเล็กเพื่อสร้างรอยบากบนวัสดุ ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นผิวที่สวยงามที่ดึงดูดสายตา และการสะท้อนแสงทำให้เกิดภาพหลอกตาเหมือนถูกประดับด้วยเพชร และบ่อยครั้งที่ BOVET ใช้สิ่วตกแต่งลวดลายลงบนแผ่นกลไก และฐานหน้าปัด โดยตัวเรือนได้รับการแกะสลักด้วยวิธีนี้เช่นกัน

ช่างแกะสลักของ BOVET มีความสุขที่จะสร้างลวดลายตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งทำให้พวกเขาแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และสร้างบางสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์กลายเป็นที่จดจำอย่างแท้จริง ตัวอย่างหนึ่งคือคอลเลคชั่นที่ผลิตจำนวนจำกัด OWO Residences London ถือเป็นความภาคภูมิใจของ BOVET ที่ได้เป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการของ OWO Residences โดยคอลเลคชั่นนี้มีการแกะสลักลวดลายพิเศษบนตัวเรือน และขอบตัวเรือนที่นำรายละเอียดดีไซน์จากภายในอาคารของ OWO มาใช้

อีกตัวอย่างชั้นเลิศคือนาฬิกาสุภาพสตรี Rolls-Royce Boat Tail เรือนเวลาที่ผลิตแบบ Bespoke 100 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วยตัวเรือนที่แกะสลักลวดลายด้วยมือ และเคลือบด้วยแล็กเกอร์สีน้ำเงิน โดยต้องขอบคุณระบบ Amadeo Convertible System ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของพวกเขาที่ทำให้สามารถเลือกสวมใส่บนข้อมือหรือเปลี่ยนเป็นนาฬิกาพกพาที่สามารถตั้งบนแผงหน้าปัดที่หรูหราของรถยนต์ Rolls-Royce

เมื่อแบบร่างเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการอนุมัติจากลูกค้า ลวดลายจะถูกส่งไปสู่วัสดุโลหะที่จะใช้ในการผลิต หลังจากกำหนดโครงร่างบนวัสดุเป็นที่เรียบร้อย การแกะสลักจะเริ่มต้นขึ้นทันที โดยบางครั้งอาจใช้เวลาทำงานยาวนานกว่า 500 ชั่วโมงกว่ากระบวนการแกะสลักจะเสร็จสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของดีไซน์ และพื้นผิวที่ต้องแกะสลัก

อีกหนึ่งรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ Récital 28 Prowess 1 ช่างแกะสลักผู้มีความเชี่ยวชาญสูงของ BOVET ออกแบบลวดลายใหม่ทั้งหมด โดยมีชื่อเรียกว่า “Rays of Light” ซึ่งจะเริ่มต้นแกะสลักจากจุดศูนย์กลางของกลไก และค่อยขยายออกจนใกล้ขอบด้านนอกเหมือนแสงของพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างมาสู่โลก และปฏิทินถาวรการแกะสลักด้วยมือทั้งหมดเช่นกัน ทำให้ใช้เวลาทำงานมากกว่า 100 ชั่วโมง

เอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนที่แท้จริง

Credit: BOVET

เอกลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนที่แท้จริง

การเพิ่มลวดลายแกะสลักบนนาฬิกาเป็นการแสดงออกถึงรสนิยมส่วนตัวของลูกค้าทั้งสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีที่มีต่อเรือนเวลา เป็นเหมือนงานฝีมือที่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา – ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ส่วนตัว โดยมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ของนาฬิกา BOVET เป็นการสั่งทำพิเศษแบบ Bespoke ที่จะประกอบด้วยงานแกะสลักมือ, โทนสีพิเศษ, รายละเอียดในการลงสี, การสร้างลวดลาย และความพิเศษอีกมากมาย

อย่างไรก็ตามการแกะสลักเป็นเพียงวิธีหนึ่งของ BOVET ที่จะเพิ่มความหรูหราให้นาฬิกาของพวกเขา แต่ช่างฝีมือของพวกเขายังมีความสามารถในการตกแต่งรูปแบบอื่นๆ (Côte de Genève, Perlage, Anglage, Mirror Polishing, Sunray Finishing, Satin Finishing และอื่นๆ) รวมถึงการเพิ่มลวดลายแบบ Guilloché, การวาดรูปขนาดเล็ก, การเคลือบอีนาเมล, การต่อลวดลายไม้, การประดับอัญมณี เป็นต้น

BOVET มีความมุ่งมั่นที่จะสืบทอด และสนับสนุนศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง โดยพร้อมจะนำศิลปะแบบดั้งเดิมก้าวสู่อนาคตด้วยทักษะ และความหลงใหลของบรรดาช่างฝีมือที่พวกเขามีอยู่

ค้นพบผลงานสร้างสรรค์อันน่าตื่นเต้นจาก BOVET ที่ Cortina Watch Boutiques หรือผ่านช่องทางออนไลน์