23 พ.ค. 2024
ย้อนกลับไปสู่ปี 1968 ในตอนที่ Jean-Daniel Rubeli หัวหน้าฝ่ายวิจัย และพัฒนาของ Patek Philippe นำเสนอ Golden Ellipse ให้ทั้งโลกรู้จักเป็นครั้งแรก เป้าหมายของเขาคือการถ่ายทอดจิตวิญญาณการออกแบบของทศวรรษ 1960 จนเข้าสู่ปีที่ 56 ปีที่ยังคงความโดดเด่นถึงจะผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน Golden Ellipse ถือเป็นโมเดลที่มีความร่วมสมัยตลอดกาล และยังคงดึงดูดใจผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบจากรุ่นสู่รุ่น
Golden Ellipse เป็นการอ้างอิงสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ที่นิยมนำมาใช้กับโครงสร้างสถาปัตยกรรมในยุคนั้น โดยเกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนจะเข้าสู่วิกฤตการณ์ควอตซ์ (Quartz Crisis) ที่ยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ ทำให้เปลี่ยนโฉมหน้าของการผลิตนาฬิกาคุณภาพสูง แต่ถึงอย่างนั้น Patek Philippe ยังคงใช้ความพิถิพิถันในการผลิตนาฬิกาอย่างเช่น Golden Ellipse ที่เป็นการยกย่องความสง่างามแบบเรียบง่ายด้วยหน้าปัดขนาดใหญ่แต่ปล่อยให้มีพื้นที่ว่างไม่ใส่รายละเอียดที่มากเกินไป และได้รับความชื่นชมจากระบบกลไก Caliber 240 ที่เปิดตัวในปี 1977 ด้วยความบางพิเศษที่ลงตัวกับนาฬิกาเรือนนี้
การที่กำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาฉลองครบรอบ 60 ปีของ Golden Ellipse ทาง Patek Philippe เริ่มต้นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ด้วยการนำเสนอ Ref. 5738/1R-001 พร้อมสายนาฬิกาแบบโซ่ที่ผลิตจากโรสโกลด์ งานที่มีความละเอียดอ่อนทำขึ้นโดยช่างฝีมือจาก Wellendorf ใช้ข้อต่อทั้งหมด 363 ชิ้น โดยใช้การวางสลับแถวก่อนจัดเรียงเข้าด้วยกัน ทำให้สายมีความยืดหยุ่นสูง และรูปแบบที่คล้ายสร้อยข้อมือทำให้มีความสบายในการสวมใส่เหมือนเป็นผิวหนังชั้นที่ 2 พวกเขาใช้เวลาทำงานโปรเจ็กต์นี้นานถึง 15 ปี ก่อนจะทำได้ตามมาตรฐานที่ผู้ร่วมงานทุกฝ่ายยอมรับ โดยสายนาฬิกาแบบสร้อยข้อมือเป็นการออกแบบพิเศษเฉพาะของ Patek Philippe และพวกเขายังไม่มีแผนจะเปิดเผยองค์ความรู้นี้สู่ผู้ผลิตนาฬิการายอื่น
ตัวเรือนได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทะรัด สร้างความรู้สึกสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ Ref. 5738/1R-001 นำเสนอความแตกต่างด้วยสายโรสโกลด์แบบโซ่ที่เหมือนถูกทักถอขึ้นมา (Credit: Patek Philippe)
Patek Philippe Nautilus เป็นนาฬิการูปทรงพิเศษอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการพัฒนาเพียงไม่นานหลังจากการเผยโฉม Golden Ellipse ที่ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่เช่นกัน (Credit: Patek Philippe)
ทั้งที่ความจริงเป็นเวลานานมากแล้วที่หลายคนคิดว่า Ellipse d’Or เป็นผลงานของ Genta ทั้งที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบนาฬิการุ่นนั่นเลย แต่เขาคือผู้สร้างหนึ่งในเรือนเวลาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของผู้ผลิตนาฬิกาชื่อดังแห่งเมืองเจนีวา – Nautilus นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจากหน้าต่างเรือที่ผ่านการเดินทางยาวไกลนับตั้งแต่ปี 1976 โดยเอกลักษณ์ของนาฬิกาสปอร์ตที่หรูหราเรือนนี้ได้รับการพัฒนาพร้อมระบบกลไก และการเพิ่มรายละเอียดในการสร้างสรรค์
ในขณะที่คอลเลคชั่น Nautilus ส่วนใหญ่จะนำเสนอตัวเรือนเหล็กมากกว่าตัวเรือนทองคำ ความสมดุลย์ถูกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อ Ref. 5811G Nautilus หน้าปัดสีน้ำเงินแบบไล่เฉดเปิดตัวเพื่อแทนที่ Ref. 5711 และในปีนี้ Patek Philippe เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ Ref. 5980/60G-001 Nautilus Flyback Chronograph พร้อมทั้งการติดตั้งระบบกลไกประสิทธิภาพสูง Caliber 28-520 C/522 Self-winding ติดตั้งเป็นแนวตั้งพร้อมเฟืองควบคุมการจับเวลา (Column Wheel)
หน้าปัดย่อยจับเวลา Monocounter ที่มีเอกลักษณ์ของนาฬิกา Patek Philippe Nautilus Flyback Chronograph Ref. 5980/60G-001 ถูกวางตำแหน่งเพื่อสร้างสมดุลย์ให้พื้นที่ของหน้าปัด (Credit: Patek Philippe)
ดีไซน์พิเศษของนาฬิกาจับเวลาแบบโครโนกราฟที่จะแสดงเวลา 12 ชั่วโมงซ้อนอยู่ภายในช่องหน้าต่างจับเวลา 30 นาที สร้างความแตกต่างให้หน้าปัดพร้อมพื้นที่เพื่อสลักร่องที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกเขา โดยหน้าปัดแบบ Opaline สีน้ำเงินเทาให้ความรู้สึกผ่อนคลายพร้อมเพิ่มความเคร่งขรึมให้นาฬิกาสปอร์ตเรือนนี้ และปล่อยให้ความวุ่นวายอยู่บนหน้าปัดหลักเท่านั้น โดยเจ้าของนาฬิกาสามารถเลือกให้เข็มวินาทีทำงานเพื่อรักษาการทำงานของชุดเกียร์ของระบบกลไกภายในอีกด้วย
การที่ความต้องการตัวเรือนโลหะที่มีความสวยงามในนาฬิกาสปอร์ตเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 ปีหลังสุด Patek Philippe ได้เพิ่มตัวเรือนทองคำเในซีรีส์ Aquanaut และในปีนี้กับการแนะนำ Aquanaut Travel Time โดยตัวเรือนผลิตจากทองคำขาวที่มีความคล้ายกับหน้าปัด Opaline โทนสีน้ำเงินเทาของ Nautlius Ref. 5980/60G-001 ที่อยู่ข้างบน มาพร้อมสายรัด Tropical ผลิตจากวัสดุสังเคราะห์ที่มีโทนสีเฉดเดียวกับหน้าปัดเพื่อทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายของฤดูร้อนในแถบเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อคุณมองดูนาฬิกาบนข้อมือ
ขับเคลื่อนด้วยระบบไขลานอัตโนมัติ Caliber 26-330 S C FUS พร้อมฟังก์ชั่นแสดงเวลา 2 โซนด้วยการเพิ่มเข็มชั่วโมงรองแบบ Skeleton โดยมีช่องหน้าต่างขนาดเล็กบนหน้าปัดเพื่อแสดงกลางวัน/กลางคืนของเวลาท้องถิ่น และเวลาประเทศต้นทางของคุณ กลไกอะนาล็อกแสดงวันที่จะยึดตามเวลาท้องถิ่นที่แสดงให้เห็นบริเวณ 6 นาฬิกา
Aquanaut Travel Time เรือนที่ 2 ออกแบบโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการใช้งานเป็นหลักคือ Ref. 5269 ที่ในอดีตจะต้องมีการประดับอัญมณีบนขอบตัวเรือน แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วกับ Aquanaut Luce Annual Calendar Ref. 5261R-001 ตัวเรือนโรสโกลด์ และหน้าปัดสีน้ำเงินเทาเหมือนกับ 2 โมเดลก่อนหน้า ขณะที่ Ref. 5261R-001 ซึ่งได้รับทั้งเสียงชื่นชม และความสำเร็จทางด้านการตลาดจากการสร้างแรงดึงดูดใจให้ผู้ที่ต้องการตัวเรือนขนาดเล็กกว่าซีรีส์ Aquanaut Luce ที่ไม่มีการตบแต่งด้วยวัสดุหรูหรา
อีกหนึ่งโมเดลใหม่ Ref. 5269R-001 ตัวเรือนโรสโกลด์พร้อมชุดเข็มเคลือบสารเรืองแสง และหลักชั่วโมงรูปทรงสี่เหลี่ยมเหนือตัวเลขอารบิก โดยมีช่องหน้าต่างขนาดเล็กแสดงเวลากลางวัน และกลางคืนของเวลาต้นทางในตำแหน่ง 6 นาฬิกา ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่มีความหนาเพียง 8.77 มม. จับคู่กับสายนาฬิกาวัสดุสังเคราะห์ ทำให้เป็นนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ทุกวันโดยแสดงถึงความสง่างาม และความสปอร์ตบนข้อมือของทุกคน ระบบกลไกที่มีความแม่นยำสูง Caliber E 23-250 S FUS 24H พร้อมแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
สำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบเรือนเวลาสไตล์ Haute Joaillerie การนำเสนอรูปแบบงานศิลปะที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตเพื่อถ่ายทอดภาษาแห่งอัญมณี Patek Philippe นำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ที่นำความสปอร์ตทันสมัยก้าวสู่อีกระดับ Aquanaut Luce Haute Joaillerie Ref. 5268/461G-001 ที่ผสมผสานความโดดเด่นของเพชรที่เจียระไนแบบบาเก็ตต์ และการใช้แซฟไฟร์บนหน้าปัด, ขอบตัวเรือน, สายล็อก และขานาฬิกาภายในตัวเรือนทองคำขาวขนาด 38.8 มม.
Patek Philippe Aquanaut Luce Haute Joaillerie Ref. 5268/461G-001 ติดตั้งระบบกลไก Caliber 26-330 S ที่สามารถมองเห็นการทำงานผ่านฝาหลัง (Credit: Patek Philippe)
นอกจากนี้มีการประดับแซฟไฟร์แบบบาเก็ตต์ 40 เม็ดไล่เฉดสีจากสีน้ำเงินอ่อนไปถึงสีน้ำเงินเข้มรอบตัวเรือนรวม 3.6 กะรัต และขานาฬิกาเพิ่มการตบแต่งด้วยเพชรบาเก็ตต์น้ำหนักรวม 0.58 กะรัต เข็มชั่วโมงประดับแซฟไฟร์บาเก็ตต์สลับกับเพชรที่ได้รับการเจียระไนแบบบริลเลียนต์ สุดท้ายบริเวณกลางหน้าปัดประกอบด้วยเพชร และแซฟไฟร์บาเก็ตต์ที่จำลองรูปแบบตารางหมากรุกของ Aquanaut ติดตั้งระบบกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 26-330 S กลไกพื้นฐานของ Patek Philippe ที่ถูกใช้งานครั้งแรกใน Ref. 5212 เมื่อปี 2019 โดยสามารถเฝ้าดูการทำงานผ่านฝาหลังที่เป็นกระจกใส
หากพูดถึง Twenty~4 คอลเลคชั่นที่จะครบรอบ 25 ปี ในปี 2024 นาฬิกาของสุภาพสตรีที่นำเสนอโดยมร. Philippe Stern ในช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษ และกลายเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่มียอดขายสูงสุดของ Patek Philippe โดยความเป็นจริงคอลเลคชั่นนี้กลายเป็นที่สนใจมากขึ้นหลังจากพวกเขาเริ่มหันมาให้ความสนใจกับบรรดานักสะสม และผู้หลงใหลนาฬิกาที่ต้องการเรือนเวลาที่มีดีไซน์ร่วมสมัยผสมผสานกับความดูดีมีสไตล์ที่ไม่เป็นทางการมากจนเกินไป
ถึงจะไม่ได้มีการระบุถึงอนาคตของ Twenty~4 มากเท่าไรนัก แต่พวกเขามีการเผยโฉมโมเดลใหม่ที่ยังคงแสดงให้เห็นว่า Twenty~4 ยังคงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ด้วยขั้นตอนการผลิตตัวเรือนโรสโกลด์ที่ได้รับการขัดเงา และสายแบบโซ่ พร้อมประดับเพชรเรียงเป็นแถวทั้ง 2 ด้านของตัวเรือน แสดงให้เห็นว่านาฬิกาที่มีรูปทรงเหมือนเครื่องประดับกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน
นอกเหนือไปจากนี้หน้าปัดยังมีความโดดเด่นด้วยงานฝีมือสลักลวดลายนูนเป็นเกลียวคลื่นกระจายออกจากจุดศูนย์กลาง ผิวหน้าเคลือบทั้งแล็กเกอร์สีม่วง และแบบใสเพื่อสร้างมิติสีสันเมื่อแสงตกกระทบกับหน้าปัด โดยหน้าปัดนี้ถูกใช้เป็นครั้งแรกในนาฬิกาสุภาพสตรี Calatrava Ref. 4997 ตัวเรือนทองคำขาวพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงิน และตัวเรือนโรสโกลด์พร้อมหน้าปัดโทนสีม่วงเข้ม โดยการให้ความรู้สึกผ่อนคลายของตัวเรือนโรสโกลด์ช่วยเพิ่มสีสันให้กับรุ่น Ref. 4910/1201R-010
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านาฬิการูปทรงพิเศษ ทำให้ Patek Philippe พัฒนาการจับคู่ระหว่างนาฬิกาชั้นยอดกับความประณีตของงานฝีมือเพื่อสร้างความงดงามที่เหนือระดับ
ร่วมสัมผัสคอลเลคชั่นนาฬิกาจาก Patek Philippe ที่ Cortina Watch Boutiques และผ่านช่องทางออนไลน์หรือติดต่อตัวแทนฝ่ายขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม