• แบรนด์ที่น่าสนใจ

4 นาฬิกาสปอร์ตอันโดดเด่นจาก Franck Muller

20 ส.ค. 2025

4 นาฬิกาสปอร์ตอันโดดเด่นจาก Franck Muller - Cortina Watch Thailand

บนสังเวียนการแข่งขันผลิตเรือนเวลาขั้นสูง ก็ไม่ต่างจากชีวิตจริงที่ผู้ชนะมักเป็นที่จดจำมากกว่าเสมอ และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาการแข่งขันใดที่มีความเสี่ยง และต้องอาศัยประสิทธิภาพในการแข่งขันสูงไปมากกว่า “โลกของนาฬิกาสปอร์ตหรู”

มีเพียงไม่กี่เหตุผลสำหรับใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับชีวิตประจำวัน โดยทั่วไปศักยภาพจะมีความสำคัญมากที่สุด ตั้งแต่ความทนทานและแม่นยำของกลไกนาฬิกา ไปจนถึงความแข็งแกร่ง และสเปคระดับท็อปที่เหมาะสมกับการอยู่บนข้อมือของคุณ

ทั้งนี้ เรือนเวลาที่แข็งแรงทนทานก็ควรที่จะมาพร้อมกับคุณลักษณะที่มีความสปอร์ต พร้อมการออกแบบที่หรูหรา เลือกใช้วัสดุล้ำสมัย วิธีการผลิตที่เป็นเลิศ และการเก็บรายละเอียดพื้นผิวอย่างประณีต

และนี่คือ 4 เรือนเวลาจาก Franck Muller ที่มีคุณลักษณะครบทุกประการของเรือนเวลาสปอร์ตที่มีความโดดเด่น ผสมผสานประสิทธิภาพการใช้งานเข้ากับการออกแบบที่ล้ำยุค โดยแบรนด์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในวงการผู้ผลิตนาฬิกาอิสระ

Vanguard Beach

4 นาฬิกาสปอร์ตอันโดดเด่นจาก Franck Muller - Cortina Watch Thailand

Credit: Franck Muller

Franck Muller นำเสนอคอลเลกชัน Vanguard ที่เปิดตัวในปี 2013 ซึ่งเป็นตัวเรือนที่นำตัวเรือนคลาสสิกอย่าง Cintrée Curvex มาต่อยอดให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่ง Cintrée Curvex โด่งดังมาจากรูปทรงตอนโน หรือทรงถังเบียร์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ยังคงสืบทอดมาสู่คอลเลกชัน Vanguard ที่พัฒนาให้แข็งแรงทนทานยิ่งขึ้น พร้อมเลือกใช้วัสดุแบบใหม่ การออกแบบอันกล้าหาญ และฟีเจอร์อีกมากมายสำหรับการสวมใส่ได้เต็มข้อมือมากยิ่งขึ้น

คอลเลกชัน Vanguard Beach จากปี 2023 นำความสนุก และความมีมิติมาเป็นหนึ่งในจุดเด่น โดยเป็นเรือนเวลาที่เหมาะสมสำหรับการสวมใส่ท่ามกลางหาดทรายขาวดั่งเช่น ชื่อ “Beach” ของคอลเลกชัน มาพร้อมตัวเลือก 3 สี Fiery Red, Ocean Blue, Summer Green ที่ถึงแม้นาฬิกาเรือนนี้จะสะท้อนถึงความสบายเป็นกันเอง แต่ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติประสิทธิภาพสูง สำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง บรรจุอยู่ภายในตัวเรือนไฟเบอร์กลาส คอมโพสิต ที่มีกรรมวิธีการผลิตอันซับซ้อนด้วยการใช้แก้วที่หลอมละลาย จุ่มสี และนำมาสานต่อกันจนกลายเป็นเรือนเวลาที่สมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเรือนที่มีความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา และมีลายพื้นผิวคล้ายกับผิวลายไม้ที่ชวนนึกถึงคลื่นที่ซัดเข้าสู่ชายฝั่ง

Vanguard Racing Krypton Grande Date Chronograph

4 นาฬิกาสปอร์ตอันโดดเด่นจาก Franck Muller - Cortina Watch Thailand

Credit: Franck Muller

นาฬิกาที่สะท้อนถึงความเร้าใจในการแข่งขันบนถนนท่ามกลางแสงสีของเมืองใหญ่ นาฬิกา Vanguard Racing Krypton คือนาฬิกาที่งดงามสะกดทุกสายตาและแสดงถึงความเป็นเลิศด้านกลไก คอลเลกชันนี้นำเสนอสองเรือนเวลา ประกอบไปด้วยเวอร์ชัน 3 เข็ม และกลไก Grande Date Chronograph ที่มีหน้าต่างแสดงวันที่ขนาดใหญ่ ที่รุ่นหลังมักได้ความสนใจมากกว่าด้วยฟีเจอร์ที่เสริมเข้ามาเพื่อตอกย้ำถึงจิตวิญญาณของนาฬิกาเรือนนี้

ขนาดตัวเรือนกว้าง 44 มม. ยาว 53.7 มม. นาฬิกา Vanguard Racing Krypton Grande Date Chronograph โดดเด่นเมื่อสวมใส่บนข้อมือ ตัวเรือนคาร์บอนผ่านกรรมวิธีพิเศษ ที่เป็นการนำไฟเบอร์มาหล่อและสานเข้ากันกับเม็ดสีเรืองแสง LumiNova สีเขียวหรือสีน้ำเงิน ซึ่งเทคนิคนี้ยังคงใช้ในบางส่วนของหน้าปัดแบบเผยกลไก เช่น หลักบอกชั่วโมงที่มีการลงสีด้วยมือ เผยให้เห็นตัวจับเวลาของฟังก์ชัน Chronograph และหน้าต่างแสดงวันที่ ในส่วนของกลไกภายในนั้นขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่ผลิตขึ้นเอง ฟีเจอร์ Chronograph และ Big Date พร้อมฟีเจอร์ Semi-Instant Jumping และสามารถสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ตัวเครื่องของนาฬิกาเรือนนี้ตกแต่งด้วยลายเส้นแบบ Geneva Stripes ขัดแต่งพื้นผิวให้มีความขรุขระเล็กน้อยเป็นวงกลม พร้อมชุบด้วยทอง 24K โรเดียม และรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมาย

Vanguard Damascus Steel Racing

4 นาฬิกาสปอร์ตอันโดดเด่นจาก Franck Muller - Cortina Watch Thailand

Credit: Franck Muller

ลองจินตนาการถึงการผสมผสานระหว่างหน้าปัดของรถยนต์แต่งเพิ่มสมรรถนะ และดาบของซามูไรญี่ปุ่น ผลลัพธ์ที่ได้จากส่วนผสมนี้คือนาฬิกา Vanguard Damascus Steel Racing นั่นเอง

หัวใจสำคัญของตัวเรือนผ่านการหลอมมาจากเหล็กดามัสคัส (Damascus Steel) เป็นที่รู้จักจากความแข็งแรง ความงดงาม และประสิทธิภาพในการป้องกันแม่เหล็ก โดยผลิตขึ้นจากการนำมาผสมกับเหล็กกล้าอัลลอยหลายชั้น เพื่อสร้างโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน และลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ โดยวัสดุโลหะที่น่าทึ่งนี้ได้นำมาตัดแต่งอย่างประณีตเป็นหลักชั่วโมงเลขอารบิกสำหรับใช้บนหน้าปัด Skeleton ที่ตัวนับวินาทีจัดวางอยู่บริเวณกึ่งกลางของหน้าปัดเหมือนกับแผงหน้าปัดของรถยนต์ จัดวางไว้ข้างวงล้อและเฟืองต่าง ๆ ของกลไกอัตโนมัติ สะท้อนถึงความน่าตื่นเต้น

Skafander 43 Boutique Exclusive

  • Skafander 43 Boutique Exclusive

    Credit: Franck Muller

  • Skafander 43 Boutique Exclusive

    Credit: Franck Muller

Franck Muller มีเรือนเวลาดำน้ำเรือนเดียวในคอลเลกชันสปอร์ต โดยชื่อ Skafander ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Scaphander” เป็นชื่อเรียกของชุดดำน้ำในอดีต ซึ่ง Skafander เปิดตัวในปี 2018 และยังคงเป็นหนึ่งในเรือนเวลาดำน้ำเพียงไม่กี่เรือนที่เลือกใช้ตัวเรือนทรงตอนโน

เช่นเดียวกับ Vanguard ที่การออกแบบนาฬิกาเรือนนี้ได้ต่อยอดมาจากรูปทรง Cintrée Curvex ของ Franck Muller แต่มีการตีความใหม่เกือบทั้งหมด โดยตัวเรือนหลายชิ้นส่วนนี้ประกอบไปด้วยขอบตัวเรือนที่แกะสลักเป็นหลักชั่วโมง และปุ่มกดสำหรับตั้งเวลาการดำน้ำ ซึ่งหลักจับเวลาอยู่บนหน้าปัดแทนที่จะเป็นบริเวณขอบตัวเรือนแบบนาฬิกาดำน้ำทั่วไป ซึ่งนาฬิกา Skafander 43 Boutique Exclusive ใช้วัสดุไทเทเนียมหรือไทเทเนียมสีดำ และขนาดกว้าง 43 มม. ยาว 52 มม. (ซึ่งเล็กกว่าขนาดของรุ่นเริ่มต้นที่กว้าง 46 มม. ยาว 57 มม.) ทั้งนี้ยังคงประสิทธิภาพการใช้งาน ที่สามารถกันน้ำได้ลึกสุด 100 เมตร และกลไกอัตโนมัติสำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง ในขณะที่ยังคงเป็นเรือนเวลาที่น่าสะสมจากตัวเลือกสีมากมายตั้งแต่สี Canary Yellow จนถึง Electric Blue

ค้นพบเรือนเวลาสปอร์ตที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ความเป็นเลิศด้านกลไก และความล้ำสมัยจาก Franck Muller ได้แล้ววันนี้ที่บูติกของเรา