09 ก.ย. 2024
นานมาแล้วก่อนที่นาฬิกาตั้งโต๊ะ และนาฬิกาข้อมือจะถูกประดิษฐ์ขึ้นมา การโคจรของดวงจันทร์คือพื้นฐานในการดูเวลาของมนุษย์ แม้กระทั่งทุกวันนี้กลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่มีอาชีพการเกษตรยังคงใช้ช่วงเวลาข้างขึ้นข้างแรมเพื่อกำหนดตารางการเพาะปลูกร่วมกับเทคนิคการคำนวณเวลาสมัยใหม่ และด้วยการที่ผู้คนหลงใหลความงดงามของพระจันทร์ที่เปลี่ยนแปลงตามการหมุนของโลก บรรดาช่างทำนาฬิกาใช้ความหลักแหลมเพื่อนำฟังก์ชั่น Moonphase การแสดงข้างขึ้นข้างแรมมาอยู่ในนาฬิกาข้อมือ จนกลายเป็นหนึ่งในระบบกลไกซับซ้อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของวงการนาฬิกา รวมทั้งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ แม้ว่าผู้คนจะมองข้ามฟังก์ชั่นนี้บนหน้าปัดนาฬิกา ทั้งที่เป็นอีกหนึ่งกลไกที่มีความซับซ้อนของการทำงานระดับสูง
ระบบกลไกนาฬิกา Moonphase เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกามานานหลายศตวรรษ เป็นการแสดงให้ความหลงใหลของช่างทำนาฬิกาที่มีต่อระบบจำลองการโคจรของกลุ่มดาว จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนาฬิกาที่สามารถแสดงข้างขึ้นข้างแรมจะเกี่ยวข้องกับความสง่างาม และคลาสสิกที่ดึงดูดใจผู้ชื่นชอบสไตล์แบบดั้งเดิม แต่ถึงอย่างนั้นการออกแบบนาฬิกา Moonphase มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หลายครั้งมีการเพิ่มองค์ประกอบใหม่เข้ามาเพื่อสร้างความร่วมสมัยให้เรือนเวลา
ชื่อเสียงของระบบกลไกที่มีความซับซ้อน และงานฝีมือที่มีความประณีตในทุกรายละเอียด นาฬิกา Moonphase ยังมีความงดงามที่ดึงดูดสายตาผู้คนที่พบเห็น จากการเป็น 1 ในระบบกลไกที่มีความซับซ้อนมากที่สุดของวงการนาฬิกา ระบบแสดงช่วงเวลาข้างขึ้นข้างแรมต้องอาศัยขั้นตอนด้านวิศวกรรมที่เที่ยงตรงเพื่อแสดงการโคจรของดวงจันทร์ได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งเป็นการแสดงทักษะของช่างทำนาฬิกาที่ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด ทำให้มีการออกแบบที่สวยงามเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ รวมถึงการลงสีหน้าปัดด้วยมือเติมแต่งความพิเศษ เพื่อให้นาฬิกาแต่ละเรือนเหมือนการสวมใส่งานศิลปะชิ้นเอก
นอกเหนือจากความซับซ้อนด้านกลไก นาฬิกา Moonphase ยังมีความพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างจากนาฬิกาประเภทอื่นจากการที่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนา โดยเฉพาะเรื่องราวทางดาราศาสตร์, การสร้างสรรค์นาฬิกา และอิทธิพลของพระจันทร์ที่มีต่อชีวิตมนุษย์ กลายเป็นเครื่องประดับที่เหมาะกับการสวมใส่ออกงานสังคมหรืองานรวมตัวของนักสะสมนาฬิกา สำหรับผู้หลงใหลปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ฟังก์ชั่น Moonphase สร้างการเชื่อมโยงกับช่วงเวลาข้างขึ้นข้างแรมเหมือนเป็นการเพิ่มมิติของการบอกเวลาที่มีความเป็นส่วนตัว
ในช่วงเวลาเทศกาลไหว้พระจันทร์ – ไม่เพียงเป็นเทศกาลที่ทุกคนชื่นชอบ แต่ในทางดาราศาสตร์ยังเป็นช่วงเวลาที่มีปรากฏการณ์ที่รู้จักในชื่อของ Autumnal Equinox หรือวันศารทวิษุวัต (วันที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกจนทำให้ช่วงเวลากลางวัน และกลางคืนมีความยาวเกือบเท่ากัน) โดยเราขอนำเสนอ 5 เรือนเวลาที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยความวิจิตรบรรจงเพื่อแสดงให้เห็นช่วงเวลาข้างขึ้นข้างแรมที่งดงาม พร้อมทั้งการตีความหมายในรูปแบบที่แตกต่าง
Blancpain Villeret Quantième Complet เป็นนาฬิกา Moonphase ที่เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และเพิ่มความดึงดูดใจในเวลาที่ต้องอยู่ท่ามกลางสาธารณชน ด้วยหน้าปัดที่มีความน่าหลงใหลเปล่งประกายความงดงามในทุกสภาพแสง ระบบกลไกที่มีพลังสำรองยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ทำให้สามารถเก็บเข้ากล่องหมุนสำหรับนาฬิกา โดยไม่จำเป็นต้องนำออกมาไขลานบ่อยเท่าไรนัก
อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นคือฟังก์ชั่น Moonphase ที่เพิ่มสัมผัสแห่งจินตนาการด้วยระบบกลไกติดตามการโคจรของดวงจันทร์ที่ให้ทั้งความสวยงาม และสามารถใช้งานในชีวิตปกติ แต่จะมีความแตกต่างจากระบบกลไกปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) โดย Villeret Quantième Complet ดีไซน์การแสดงวันที่ปฏิทินใหม่ให้มีความเรียบง่าย มองเห็นอย่างชัดเจน เป็นตัวเลือกให้ผู้ที่ชื่นชอบความสง่างาม และความแข็งแรงทนทาน
ลำดับถัดมา BOVET Récital 23 นำเสนอความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของงานช่างผลิตนาฬิกาชั้นสูง และศิลปะการตกแต่งที่ประณีต โดยฐานหน้าปัดจะเหมือนประดับด้วยเพชร แต่ความจริงคือภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากการแกะสลักของช่างฝีมือที่มีความชำนาญพร้อมการขัดแต่งพื้นผิว ความสง่างามของหน้าปัดโทนสีเขียวอ่อนที่ตกแต่งด้วยการแกะสลักพร้อมเคลือบแล็กเกอร์ช่วยเพิ่มความงดงาม โดยเข็มชั่วโมง และเข็มนาทีที่มีเอกลักษณ์สามารถประกอบเป็นรูปหัวใจในทุกชั่วโมง เพิ่มอีกสัมผัสของความโรแมนติกให้นาฬิกา Moonphase รุ่นนี้
ความเที่ยงตรงของการแสดงเวลาข้างขึ้นข้างแรม โดยจะปรับตั้งค่าเพียงครั้งเดียวในทุก 122 ปี มีรายละเอียดของการแกะสลักรูปดวงจันทร์ที่พื้นผิวพร้อมเคลือบสารเรืองแสง ปุ่มฟังก์ชั่น Moonphase จะรวมอยู่กับเม็ดมะยมที่ประดับด้วยแซฟไฟร์ที่เจียระไนแบบ Cabochon เพื่อความสะดวกสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
สำหรับ Glashütte Original Senator Excellence Panorama Date Moon Phase เป็นนาฬิกา Moonphase ที่ใช้ความเชี่ยวชาญระดับสูงในการผสมผสานการสร้างนาฬิกาแบบเก่าแก่เข้ากับความงดงามที่ซับซ้อนของยุคสมัยใหม่ โดยหน้าจอแสดงข้างขึ้นข้างแรมจะอยู่ในตำแหน่ง 10 นาฬิกา โดยนาฬิกาเรือนนี้เป็นงานฝีมือที่มีความประณีตจากการเจียระไนเพชรเป็นรูปพระจันทร์ท่ามกลางหมู่ดาวบนท้องฟ้าสีน้ำเงิน กลไกจะทำงานอย่างเที่ยงตรงยาวนานถึง 122 ปี โดยฟังก์ชั่น Moonphase ยังมอบความเชื่อมโยงที่แสนงดงามกับการโคจรของดวงดาวอีกด้วย
สำหรับตัวเรือนขนาด 40 มม. จะมีให้เลือกทั้งวัสดุทองคำเร้ดโกลด์ และสแตนเลสสตีล ขับเคลื่อนด้วยระบบกลไกอัตโนมัติ Calibre 36-24 มีกำลังสำรอง 100 ชั่วโมง พร้อมทั้งเทคโนโลยี Silicon Balance Spring ป้องกันสนามแม่เหล็ก นาฬิกาได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน การตกแต่งรายละเอียดบนหน้าปัดพร้อมทั้งการเพิ่มตัวเลขแสดงชั่วโมง และกระจกแซฟไฟร์ ทั้งหมดคือการผสมผสานระหว่างความสง่างาม และทนทาน โดยการแกะสลักด้วยมือบนกลไกยังแสดงให้เห็นงานฝีมือขั้นสูงที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Glashütte Original
Longines Master Collection Moonphase เป็นคอลเลคชั่นนาฬิกา Moonphase ที่แสดงถึงความหลากหลาย และโดดเด่นในเวลาเดียวกัน ด้วยการนำเสนอความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการผลิตนาฬิกาตามธรรมเนียมที่สืบทอดจากอดีตพร้อมเพิ่มความทันสมัยเข้ามาในเวลาเดียวกัน โดยระบบกลไก Moonphase ที่ซับซ้อนจะแสดงอยู่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา จากความต้องการนำเสนอความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของการใช้งาน และความงดงามน่าหลงใหลของเรือนเวลา โดยการแสดงข้างขึ้นข้างแรมจะใช้หน้าปัดย่อยร่วมกับเข็มแสดงวันที่ แสดงให้เห็นการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริง สำหรับโมเดลนี้ตัวเรือนจะมีขนาด 40 มม. (และตัวเลือกรุ่น 42 มม.) พร้อมรองรับความต้องการที่หลากหลายด้วยการตกแต่งหน้าปัดแบบต่างๆ รวมถึงหลักชั่วโมงที่ประดับเพชร
ขับเคลื่อนด้วย Longines Caliber L899 ระบบกลไกอัตโนมัติที่มีความพิเศษจากการใช้พื้นฐานของกลไก ETA A31.L91 มีกำลังสำรองนาน 72 ชั่วโมง และอัตราการเดินที่ความถี่ 3.5 เฮิรตซ์ การผสมผสานกลไกที่ซับซ้อนกับความเที่ยงตรงในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสง่างาม และนาฬิกาที่มีฟังก์ชั่นหลากหลายในการใช้งาน
สุดท้าย Zenith Chronomaster Triple Calendar เป็นการยกย่องความสำเร็จของแบรนด์ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน ผสมผสานระหว่างดีไซน์วินเทจกับฟังก์ชั่นล้ำสมัย ด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิกาต้นแบบที่หายากในช่วงปี 1970 ตัวเรือนขนาด 38 มม. ผลิตจากสแตนเลสสตีล ออกแบบโดยกำหนดสัดส่วนให้เท่ากับ A386 รุ่นแรกจากปี 1969 รวมทั้งระบบแสดงปฏิทินที่มีความซับซ้อนสูงสามารถแสดงวันในสัปดาห์, วันที่, เดือน และช่วงเวลาข้างขึ้นข้างแรม ทั้งหมดถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างงดงามบนหน้าปัดของนาฬิกา Moonphase รุ่นนี้
ขับเคลื่อนด้วยระบบกลไกใหม่ El Primero Caliber 3610 พร้อมฟังก์ชั่นจับเวลา Chronograph ความถี่สูงที่มีความแม่นยำระดับ 1/10 วินาที (หนึ่งส่วนสิบวินาที) รวมทั้งพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง ทำงานที่ความถี่ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง (5 เฮิรตซ์) โดยมีความสะดวกทั้งการจับเวลา และตั้งวันที่ในระบบกลไกปฏิทิน
สำหรับ Zenith Chronomaster Triple Calendar มีตัวเลือกหน้าปัด 3 โทนสี — โดยพื้นหน้าปัดสีขาวจับคู่กับหน้าปัดย่อยสีดำ, หน้าปัดสีเทาจะมีหน้าปัดย่อยสีขาว และหน้าปัดสีเขียวที่ผลิตขึ้นพิเศษ — ถือเป็นนาฬิกาที่ผสมผสานความงดงามทางประวัติศาสตร์กับความร่วมสมัยของงานฝีมือที่ประณีตละเอียดอ่อน แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ Zenith ในการสร้างสรรค์ความเที่ยงตรง และนวัตกรรมภายใต้ความลงตัวของดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา
ค้นหาคอลเลคชั่นนาฬิกาจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ Cortina Watch Boutiques หรือทางออนไลน์