• แบรนด์ที่น่าสนใจ
  • นาฬิกาใหม่

BOVET นำเสนอเรือนเวลา Récital 12 พร้อมหน้าปัดหินที่ไม่เหมือนใคร

26 ส.ค. 2025

BOVET นำเสนอเรือนเวลา Récital 12 พร้อมหน้าปัดหินที่ไม่เหมือนใคร - Cortina Watch Thailand

นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของอารยธรรม หิน เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแรงทนทานและการเปลี่ยนผ่านของกาลเวลา ซึ่งในโลกของการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลา การใช้หินสำหรับหน้าปัดนาฬิกาเป็นมากกว่าแค่เทคนิคพิเศษ แต่เปรียบได้ดั่งคำสรรเสริญให้แก่ศิลปะความงดงามของธรรมชาติ และความยั่งยื่นของโลกและเวลา

ปีนี้คือครั้งแรกในรอบกว่า 200 ปี ที่ BOVET ได้นำเสนอเรือนเวลาที่ใช้ หินกึ่งมีค่า (Semi-Precious Stone) อย่าง มาลาไคต์ (Malachite) และ พลอยตาเสือ (Tiger’s Eye) ในการผลิตเป็นหน้าปัดของคอลเลกชัน Récital 12 เรือนเวลาสายเหล็กเรือนแรกของแบรนด์ ซึ่งหินที่มีสีสันเหล่านี้ช่วยสร้างความงดงามแปลกตาให้แก่เรือนเวลาสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ที่ผ่านการออกแบบให้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางของคุณ

การเลือกหินเป็นผืนผ้าใบของเครื่องบอกเวลา เป็นการนำความงดงามที่คาดเดาได้ยากของธรรมชาติ เพราะไม่มีหน้าปัดใดที่มีหน้าตาเหมือนกัน โดยแต่ละเรือนจะมีลวดลาย เฉดสี และผิวสัมผัสที่แตกต่างกันออกไปด้วยพลังของธรรมชาติที่เหนือการควบคุมของมนุษย์

ซึ่งหน้าปัดหินทั้งสองเวอร์ชันของ Récital 12 จำนวนจำกัดเพียง 60 เรือนเท่านั้น

มาลาไคต์ (Malachite)

Credit: BOVET

มาลาไคต์ (Malachite)

หน้าปัดมาลาไคต์ มาพร้อมเฉดสีเขียวที่น่าค้นหา และลวดลายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งแต่ลายคลื่นไปสู่วงกลมร่วมศูนย์กลาง ทำให้หน้าปัดของนาฬิกาแต่ละเรือนนั้นเป็นศิลปะเพียงชิ้นเดียวในโลก นอกจากนี้สีเขียวยังสะท้อนถึงป่าที่ปกคลุมบนเทือกเขาฌูว์รารอบปราสาท BOVET ที่เป็นแรงบันดาลใจอันแรงกล้าให้แก่ คุณ Pascal Raffy เจ้าของแบรนด์

แร่คาร์บอเนตที่อุดมไปด้วยทองแดงถูกใช้เป็นของรางวัลมาหลายศตวรรษ แต่ในการผลิตนาฬิกา แร่ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและความแตกต่าง มาลาไคต์ถูกตีมูลค่ามานับพันปี ตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณที่ใช้เป็นอัญมณี เม็ดสี และการผลิตทองแดง เป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “ศิลาแห่งการเปลี่ยนแปลง” (Stone of Transformation) เป็นตัวแทนของการแปรเปลี่ยนและการเยียวยาจิตใจ

กรรมวิธีการสร้างสรรค์หน้าปัดมาลาไคต์มีความละเอียดอ่อนและท้าทาย ตั้งแต่การคัดเลือกหิน การตัดเพื่อให้มีขนาดบางมากที่สุด การเสริมโลหะเพื่อความแข็งแรงทนทาน และสุดท้ายคือการขัดเงา ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดต้องทำอย่างเบามือเพื่อรักษาโครงสร้างอันบอบบางของหินไว้ เพราะมาลาไคต์มีความเปราะบางแตกหักง่าย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าปัดที่ไม่เพียงน่าหลงใหลด้วยสีและมิติ แต่ยังคงทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของการรวมกันระหว่างศิลปะจากธรรมชาติและทักษะงานฝีมือของมนุษย์

พลอยตาเสือ (Tiger’s Eye)

Credit: BOVET

พลอยตาเสือ (Tiger’s Eye)

หน้าปัดแบบ Tiger’s Eye เป็นที่รู้จักจากโทนสีน้ำตาลทอง และลวดลาย “Cat’s Eye” ที่งดงามราวนัยน์ตาของสัตว์ตระกูลแมว ด้วยลายเส้นของแสงที่แวววับราวกับเคลื่อนไหวบนหน้าปัดในขณะที่ขยับนาฬิกา เรียกกันว่า ปรากฏการณ์ตาแมว (Chatoyancy) เป็นจุดเด่นของแร่ควอตซ์ตระกูลนี้ ทำให้หน้าปัดของแต่ละเรือนมีมิติงดงามดั่งถูกสะกดจิตซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมากในการทำซ้ำขึ้นโดยมนุษย์ และหน้าปัด Tiger’s Eye ของแต่ละเรือนจะมีความพิเศษเฉพาะตัวด้วยโทนสีกราเดียนจากสีน้ำตาลเข้มสู่สีทองแบบน้ำผึ้ง มั่นใจได้เลยว่าไม่มีนาฬิกาเรือนไหนหน้าตาเหมือนกันอย่างแน่นอน ทำให้มีหน้าปัดที่หรูหราและอบอุ่นจนกลายเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักสะสมที่ต้องการเพิ่มสไตล์ และพลังจากธรรมชาติเข้าไปในนาฬิกาของพวกเขา

Tiger’s Eye เป็นที่นิยมมานานหลายศตวรรษในฐานะเครื่องรางเพื่อการปกป้อง พลังใจ และความกล้าหาญ ในหลายวัฒนธรรมเป็นเครื่องรางที่มักสวมใส่หรือพกติดตัวไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากสิ่งเลวร้าย และดึงดูดโชคลาภ นอกจากนี้ยังกล่าวกันว่าช่วยเพิ่มการโฟกัส และความยืดหยุ่นทางอารมณ์ได้อีกด้วย จึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องใช้ความมั่นใจ และการตัดสินใจในเรื่องยาก

สวมใส่สบายตลอดทั้งวัน

ด้วยน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ และขนาดตัวเรือน 40 มม. ของ Récital 12 ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อมอบความสบายในการสวมใส่ เป็นผลให้นาฬิกาเรือนนี้เหมาะสมสำหรับการใส่ในชีวิตประจำวัน เป็นตัวแทนของการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ (Good Life)

ถึงแม้จะมีความเรียบง่าย แต่สายนาฬิกาของนาฬิกาเรือนนี้คือชิ้นงานศิลปะอย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบอย่าพิถีพิถัน เสริมด้วยบานพับที่ปรับขนาดได้เพิ่ม 3 มม. สำหรับขนาดข้อมือที่อาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามช่วงเวลาในแต่ละวัน นอกจากนี้ด้วยการผสานระหว่างการเก็บรายละเอียดพื้นผิวแบบขัดเงาสลับกับขัดด้าน และการใช้สัญลักษณ์ V ของ BOVET ทำให้สายของนาฬิกาเรือนนี้ดูสวยงามเข้ากันอย่างลงตัว และที่พิเศษไปกว่านั้น เมื่อปิดบานพับ ส่วนหัวของตัวอักษร V จากทั้งสองด้านจะรวมกันกลายเป็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้

หน้าปัดสองแบบ

หน้าปัดหินธรรมชาติ ที่ด้านข้างคือกลไกผลิตเองที่เผยให้เห็น จักรกรอก Balance Wheel และระบบควบคุมความเที่ยงตรงของนาฬิกาเรือนนี้ รวมไปถึงฟันเฟืองต่าง ๆ โดยด้านบนของบริเวณวงล้อวินาทีมีเข็มสีน้ำเงินสามแฉกคอยบอกเวลาวินาทีอย่างแม่นยำ

กลไกนี้สามารถสำรองพลังงานได้ 7 วัน (168 ชั่วโมง) จากบาร์เรลแบบเดี่ยว ตอบสนองความมุ่งมั่นของ คุณ Raffy ที่ต้องการมอบเรือนเวลาที่สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานกว่ามาตรฐานการผลิตนาฬิกาปัจจุบันที่มักอยู่ราว 36-48 ชั่วโมง ซึ่งต้องขอบคุณกลไกของ BOVET ที่มากกว่า 95% ของชิ้นส่วนผลิตขึ้นเอง รวมไปถึงแฮร์สปริง และระบบควบคุมความเที่ยงตรง

Récital 12 มาลาไคต์ และ Tiger’s Eye โดย BOVET เพื่อฉลองการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ (Good Life) ด้วยการเน้นย้ำในความเชี่ยวชาญด้านกลไก และการออกแบบด้วยหินธรรมชาติ นาฬิกาสองเรือนใหม่ Récital 12 รุ่นพิเศษนี้ เปลี่ยนทุกสายตาที่จับจ้องบนข้อมือให้เป็นการเชยชมความงดงามของเครื่องบอกเวลา

สรุป

Credit: BOVET

สรุป

  • หินธรรมชาติ: มาลาไคต์ และ Tiger’s Eye
  • หน้าปัดหินแต่ละเรือนนั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน และจำนวนจำกัดเพียง 60 เรือน
  • นาฬิกา BOVET สายเหล็กเรือนแรก
  • สวมใส่ได้สบายด้วยสายวัสดุไทเทเนียมเกรด 5
  • ปรับขนาดสายได้ 3 มม.
  • ตัวเรือน 40 มม. วัสดุไทเทเนียมเกรด 5
  • กลไกไขลานใหม่ล่าสุด
  • สำรองพลังงานได้ 7 วัน
  • มีชิ้นส่วน 227 ชิ้น
  • หน้าปัดกิโยเช่บอกชั่วโมงและนาทีที่ไม่ได้จัดวางอยู่กึ่งกลาง
  • เผยกลไกภายใน ที่แสดงเข็มบอกวินาที และบาลานซ์สปริงที่ผลิตขึ้นเอง
  • รับประกัน 5 ปี

ค้นพบกับผลงานสร้างสรรค์อันน่าตื่นเต้นจาก BOVET ได้ที่บูติก หรือผ่านช่องทางออนไลน์