21 มี.ค. 2025
ในแวดวงของช่างทำนาฬิกา การมีสัมผัสของแนวคิดนอกกรอบที่บ้าระห่ำกว่าปกติ บางครั้งไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป ในความเป็นจริงยังเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้ผู้คนเมื่อได้เห็นช่างทำนาฬิกาที่มีความกล้าพอจะทดสอบขีดจำกัด, ท้าทายมาตรฐานที่ถูกกำหนด และนำเสนอความคิดนอกกรอบ เพื่อแสดงให้โลกได้เห็นการพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถหล่อหลอม และเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียม รวมทั้งขั้นตอนที่ได้รับการสืบทอดมายาวนานหลายศตวรรษ แต่เหนือสิ่งอื่นใดความวุ่นวายที่ถูกคำนวณอย่างมีระเบียบแบบแผนได้สร้างศิลปะแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลา—จนกลายเป็นความล้ำค่าที่ผู้คนมากมายต้องการมีไว้ในคอลเลคชั่นส่วนตัว—ด้วยความตื่นเต้นที่มากกว่าเดิม
ณ จุดนั้นมีนาฬิกาที่ถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยใหม่เพียงไม่กี่เรือนที่สามารถสร้างความรู้สึกตื่นเต้นได้เท่ากับ Crazy Hours ของ Franck Muller ด้วยชื่อของคอลเลคชั่นที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด นับเป็นกลไกเรือนเวลาที่สุดบ้าคลั่ง จนทำให้คุณต้องทบทวนทุกสิ่งที่เคยได้รับการสอนเกี่ยวกับการอ่านเวลาแบบดั้งเดิม
Credit: Franck Muller
ในตอนที่คอลเลคชั่น Crazy Hours เผยโฉมสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2002 เรือนเวลานี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการเป็นส่วนหนึ่งของมรดกของผู้สร้างสรรค์ Franck Muller ช่างทำนาฬิกาผู้ที่เรียกตัวเองว่า “Master of Complications–เจ้าแห่งระบบกลไกเรือนเวลาอันซับซ้อน” ด้วยการสร้างนิยามใหม่ของการผลิตนาฬิการะดับสูงนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 การสร้างสรรค์ระบบกลไกที่มีความซับซ้อนซึ่งไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนผ่านกลไกตูร์บิญง (Tourbillion) โดยผลงานชิ้นเอกของเขาที่ถูกสร้างสรรค์เป็น “ครั้งแรกของโลก” รวมถึงเรือนเวลาที่ก้าวล้ำสมัยอย่างกลไกตูร์บิญงติดตั้งโมดูลควบคุมเข็มกระโดด Jumping Hours และกลไกตูร์บิญงแบบกลับด้านพร้อมกลไกปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar)
ตามเรื่องราวที่ทุกคนรับรู้มายาวนาน Muller ได้แนวคิดในการสร้างสรรค์ Crazy Hours ระหว่างพักร้อนที่เกาะมอริเชียส แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่คาดคิดบนชายหาด ก่อนผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นนาฬิกาที่ทำลายทุกความคาดหวัง และกำหนดนิยามใหม่ของการบอกเวลาที่เป็นของตัวเอง
Credit: Franck Muller
ด้วยชื่อที่ถูกตั้งมา Crazy Hours เป็นผลงานที่ท้าทายการสร้างนาฬิกาแบบดั้งเดิม บนหน้าปัดตัวเรือนจะแสดงตัวเลขหลักชั่วโมงเรียงสลับตำแหน่งกัน ทำลายลำดับการแสดงเวลาตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ถ่ายทอดมายาวนาน เช่น ตัวเลข ‘12’ อาจอยู่ในตำแหน่ง 8 นาฬิกา, ‘2’ ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา และ ‘3’ ในตำแหน่ง 11 นาฬิกา—สร้างสิ่งที่เหนือความคาดหมายด้วยการจัดเรียงอย่างจงใจ
แกนกลางที่เป็นหัวใจสำคัญของ Crazy Hours ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วยโมดูลควบคุมเข็มกระโดด Jumping Hours โดยระบบกลไกอัจฉริยะนี้จะทำให้เข็มชั่วโมงสามารถเดินข้ามไป 5 ตำแหน่ง สร้างความมั่นใจว่าเข็มจะอยู่ตรงหลักชั่วโมงที่ถูกต้องทุกครั้ง หากลากเส้นจินตนาการตามเวลาที่เดินไปแต่ละชั่วโมง คุณจะเห็นรูปแบบการกระโดด 4 ครั้งแบบสามเหลี่ยมที่ห่างกันครั้งละ 3 ชั่วโมง—การเต้นรำของเวลาที่ได้รับการคำนวณอย่างแม่นยำเกิดจากการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และการออกแบบที่มีความสนุกสนาน
Credit: Franck Muller
เป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปีที่ไม่มีนาฬิกาเรือนใดสามารถเทียบเคียง Crazy Hours ด้วยจิตวิญญาณแห่งความล้ำสมัย, ความงดงามที่มีเอกลักษณ์ และความซับซ้อนทางเทคนิคที่ยังคงจุดประกายการสนทนาพร้อมดึงดูดความสนใจจากบรรดานักสะสมอย่างต่อเนื่อง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Crazy Hours ได้รับการตีความใหม่ และปรับเปลี่ยนอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่เพรียวบาง, ดีไซน์เพื่อความเหมาะสมสำหรับการประชุมธุรกิจที่สำคัญ หรือสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการประดับอัญมณีล้ำค่า แต่ทั้งหมดนี้ยังคงเอกลักษณ์ของหน้าปัดที่ไม่แสดงลำดับเวลาแบบปกติพร้อมการทำงานของระบบกลไกอัจฉริยะ
Credit: Franck Muller
ในปี 2017 เพื่อฉลองครบรอบ 15 ปี Franck Muller นำเสนอ Crazy Hours 15th Anniversary Asia Exclusive คอลเลคชั่นที่มีโทนสีสดใสพร้อมตัวเลือกหน้าปัด และสายที่แตกต่างกันถึง 40 รูปแบบ โดยมีตัวเรือนให้เลือก 3 ขนาด สำหรับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี ซีรีส์ที่ผลิตเพื่อการฉลองครบรอบนี้จะเป็นตัวเรือนวัสดุสแตนเลสสตีล และทองคำโรสโกลด์ที่สามารถเพิ่มการประดับเพชร—เพื่อครอบคลุมทุกความต้องการของนักสะสม
Credit: Franck Muller
คอลเลคชั่นนี้ยังแสดงให้เห็นความหลากหลายผ่าน Vanguard Crazy Hours ที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 ด้วยการนำเสนอความเยาว์วัย และความมีชีวิตชีวาเพื่อสร้างความแตกต่างจาก Cintreé Curvex เรือนเวลาที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ รูปทรงสปอร์ตของ Vanguard เป็นเหมือนผืนผ้าใบวาดภาพที่ยอดเยี่ยมในการนำเสนอความโดดเด่นของหน้าปัด และเทคนิคชั้นยอดของ Crazy Hour
จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ในปี 2022 มีการเปิดตัวคอลเลคชั่น Cintreé Curvex Crazy Hours เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี เป็นการนำเสนออีกเอกลักษณ์ของ Franck Muller: ผ่านความสดใสของเฉดสีรุ้งบนตัวเลขในสไตล์ Colour Dreams โดยมีให้เลือกทั้งตัวเรือนทองคำขาว และทองคำโรสโกลด์ พร้อมตกแต่งขอบตัวเรือนด้วยเพชรที่ผ่านการเจียระไนเป็นรูปทรงกลม (Brilliant-cut) 161 เม็ด—นับเป็นงานฝีมือที่ซับซ้อนจากรูปทรงโค้งของตัวเรือนแบบ Cintreé Curvex และบนหน้าปัดมีการประดับเพชรเป็นตัวเลข ‘30’ เพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้อีกด้วย
Credit: Franck Muller
เมื่อย้อนกลับมาพูดถีงคอลเลคชั่นนี้ ครั้งหนึ่ง Franck Muller เคยกล่าวว่าเขาต้องการให้นาฬิกาเรือนนี้มอบ “การหลบหนีจากกฎเกณฑ์อันไร้สาระที่ทำให้มนุษย์กลายเป็นทาสโดยไม่รู้ตัว” Crazy Hours ทำสิ่งนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ—ด้วยการกำหนดนิยามใหม่ของการแสดงเวลาผ่านนวัตกรรม และความอัจฉริยะอย่างไร้ความเกรงกลัวที่ยังคงเป็นแก่นแท้ของแบรนด์จนถึงปัจจุบัน
ค้นหาผลงานสร้างสรรค์นาฬิกาที่ล้ำสมัย และสัมผัสเรือนเวลาจากคอลเลคชั่น Crazy Hours ของ Franck Muller ที่ Cortina Watch Boutiques ทุกแห่งใกล้คุณ หรือผ่านช่องทางออนไลน์