• แบรนด์ที่น่าสนใจ
  • นาฬิกาใหม่

เรือนเวลาหรูรุ่นใหม่จาก Franck Muller ในปี 2025

17 เม.ย. 2025

เรือนเวลาหรูรุ่นใหม่จาก Franck Muller ในปี 2025 - Cortina Watch Thailand

Franck Muller เปล่งประกายอีกครั้งกับคอลเลกชันใหม่ในปี 2025 เรือนเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหรา การแสดงออกทางศิลปะ และกลไกอันซับซ้อน

Franck Muller สร้างความประทับใจได้เช่นเคยกับการเปิดตัวเรือนเวลาใหม่ของแบรนด์ในงาน World Presentation of Haute Horlogerie (WPHH) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้เปิดตัวนาฬิกาใหม่ที่ Watchland โรงงานผลิตนาฬิกาที่ออกแบบให้งดงามราวเทพนิยาย ตั้งอยู่ที่เมือง Genthod ใน Geneva ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตเรือนเวลาทั้งหมดของ Franck Muller โดยคอลเลกชันใหม่ที่เปิดตัวในปี 2025 ครั้งนี้ นำเสนอเรือนเวลาที่มีการใช้สีสันอย่างกล้าหาญพร้อมประดับอัญมณีสำหรับสุภาพสตรี ไปจนถึงนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะร่วมสมัยที่เป็นการนำคอลเลกชันสุดไอคอนิกอย่าง Crazy Hours มาตีความใหม่อีกครั้ง

ไม่ว่าคุณกำลังมองหาเรือนเวลาที่เหมาะสมกับการออกงานหรูยามค่ำคืน นาฬิกา Dress Watch อันหรูหรา หรือนาฬิกาที่บรรจุกลไกอันซับซ้อนจนน่าทึ่ง เรามั่นใจว่าคุณจะพบกับนาฬิกา Franck Muller ที่เหมาะสมกับคุณอย่างแน่นอน

Round Triple Mystery

  • Round Triple Mystery
  • Round Triple Mystery
  • Round Triple Mystery
  • Round Triple Mystery

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Round Triple Mystery คือเรือนเวลาที่เปล่งประกายมากที่สุดในการเปิดตัวนาฬิกาใหม่ของ Franck Muller ครั้งนี้ ด้วยการผสมผสานระหว่างตัวเรือนที่ประดับด้วยเพชรอย่างประณีต เข้ากับกลไกอันซับซ้อน

Round Triple Mystery เป็นนาฬิกาที่มีวิธีบอกเวลาแตกต่างจากการบอกเวลาของนาฬิกาทั่วไป ด้วยการใช้ระบบบอกเวลาแบบแผ่นที่อยู่บนหน้าปัด เพื่อบอกเวลาชั่วโมง นาที และวินาที ซึ่งการบอกเวลาในแต่ละนาทีทั้ง 3 แผ่นบอกเวลาจะหมุนไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการออกแบบของแผ่นบอกวินาทีตรงกึ่งกลางหน้าปัด ที่ทำออกมาในรูปแบบ Skeleton เข้ากันได้อย่างลงตัวกับอัญมณีที่ประดับอยู่ทั้งตัวเรือนขนาด 39 มม. ด้วยเทคนิคการจัดเรียงเพื่อให้สะท้อนแสงราวกับอัญมณีกำลังเริงระบำอยู่บนข้อมือของผู้สวมใส่

Vanguard Crazy Hours Jisbar

เรือนเวลาหรูรุ่นใหม่จาก Franck Muller ในปี 2025 - Cortina Watch Thailand

Jisbar หรือ Jean-Baptiste Launay ศิลปินแนวสตรีทร่วมสมัยชาวฝรั่งเศส ผู้ฝากผลงานอันแตกต่างน่าค้นหาร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง Armani และ BMW ที่ในครั้งนี้ได้มาสร้างสรรค์เรือนเวลากับ Franck Muller ใน Vanguard Crazy Hours Jisbar

เป็นการตีความเรือนเวลาที่มีกลไกบอกเวลาอันซับซ้อนในโลกของการผลิตเครื่องบอกเวลายุคใหม่อีกครั้ง เป็นที่รู้จักด้วยวิธีการบอกเวลาที่แตกต่างผ่านเข็มบอกชั่วโมงและนาทีที่กระโดดไปตามจุดหลักบอกเวลา ในแต่ละชั่วโมง ซึ่งในการร่วมมือสร้างสรรค์ครั้งนี้ Crazy Hours ได้รับการแปลงโฉมใหม่ให้มีกลิ่นอายของผลงานศิลปะสไตล์ Pop Art มายิ่งขึ้น โดย Jisbar ได้ทำการออกแบบหลักบอกชั่วโมงใหม่ตามสไตล์ของเขา ที่มีการนำการออกแบบสไตล์กราฟิติ และ ดูเดิล (การวาดรูปเป็นเส้นโดยไร้แบบแผน) ไปจนถึงการใช้สีสันที่โดดเด่น มีรูปแบบการตกแต่งพื้นผิวให้เลือก 5 แบบ ประกอบไปด้วย คาร์บอน, สตีล, ไทเทเนียมสีดำ, และโรสโกลด์ ในแต่ละเวอร์ชันจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน

Vanguard Curvex Cut Flower

  • Vanguard Curvex Cut Flower
  • Vanguard Curvex Cut Flower
  • Vanguard Curvex Cut Flower
  • Vanguard Curvex Cut Flower
  • Vanguard Curvex Cut Flower

ในปีนี้คงไม่มีดอกไม้ช่อไหนงดงามไปมากกว่า Vanguard Curvex Cut Flower อีกแล้ว ไม่ว่าคุณจะได้รับเรือนเวลานี้เป็นของขวัญจากคนพิเศษ หรือของขวัญที่ซื้อให้ตัวเอง สิ่งที่แน่นอนคือเรือนเวลานี้จะทำให้คุณกลายเป็นจุดสนใจในทุกงานอย่างแน่นอน

ด้วยความเชี่ยวชาญของ Franck Muller ในการตกแต่งเรือนเวลา ที่แสดงฝีมือออกมาให้เห็นอีกครั้งในเรือนเวลานี้ ด้วยการประดับอัญมณี และวิธีการออกแบบด้วยเทคนิค Skeleton เพื่อสร้างสรรค์เรือนเวลาที่สวยจนแทบหยุดหายใจ นาฬิกา Vanguard Curvex Cut Flower เชื้อเชิญให้คุณหลงใหลไปกับเหล่าดอกไม้ที่ล่องลอยอยู่บนหน้าปัด โดยกลีบดอกไม้นั้นใช้เพชรในการตกแต่ง ซึ่งประดับอยู่บนบริดจ์ของนาฬิกาให้มองเห็นกลไกไขลานที่ขับเคลื่อนอยู่ภายใน มาพร้อมตัวเลือกวัสดุแบบไวท์โกลด์ และโรสโกลด์ ในส่วนของตัวเรือน Vanguard ทรงตอนโน ประดับไปด้วยเพชรเกสรเพื่อตอกย้ำถึงความหรูหราของเครื่องบอกเวลา

Vanguard Royal Bauxite

  • Vanguard Royal Bauxite
  • Vanguard Royal Bauxite
  • Vanguard Royal Bauxite
  • Vanguard Royal Bauxite
  • Vanguard Royal Bauxite
  • Vanguard Royal Bauxite
  • Vanguard Royal Bauxite

การทดลองคือหัวใจสำคัญในการทำงานของ Franck Muller และด้วย Vanguard Royal Bauxite ที่ได้ทดลองกับวัสดุอีกครั้งจึงกลายเป็นเรือนเวลาอะลูมิเนียมอัลลอยที่ดึงดูดทุกสายตา

ห่อหุ้มด้วยสีน้ำเงินอันงดงาม ตัวเรือนของ Vanguard Royal Bauxite ผลิตขึ้นจากอะลูมิเนียมอัลลอยป้องกันรอยขีดข่วน ที่ยังสามารถเลือกใช้สีโทนเข้มมีชีวิตวีชาด้วยคุณสมบัติ Anodisation โดยวัสดุนี้ยังใช้ในการผลิตบริดจ์ของกลไกแบบ Skeleton ที่บรรจุอยู่ภายในที่พร้อมขับเคลื่อนอย่างเที่ยงตรงด้วยความถี่ที่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง ซึ่งกลไกทั้งหมดผลิตภายในโรงงาน Franck Muller

Vanguard Sfumato Slim

  • Vanguard Sfumato Slim
  • Vanguard Sfumato Slim
  • Vanguard Sfumato Slim
  • Vanguard Sfumato Slim
  • Vanguard Sfumato Slim
  • Vanguard Sfumato Slim

ในขณะที่ Franck Muller มักมีภาพจำของการออกแบบที่ฉูดฉาดและโดดเด่น แต่แบรนด์ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการออกแบบอีกครั้งด้วยเรือนเวลา Dress Watch อย่าง Vanguard Sfumato Slim ที่แม้ว่าจะมาพร้อมสีสันตั้งแต่ Royal Navy จนถึง Cigar Brown เรือนเวลานี้ แต่การออกแบบองค์รวมยังมีความสุภาพเรียบร้อยไม่สะดุดตาจนเกินไป

มาในรูปแบบตัวเรือนขัดเงาวัสดุโรสโกลด์หรือสแตนเลสสตีล นาฬิกาเรือนนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะยุคเรอแนซ็องส์ จาก “sfumoto’ ที่แปลว่า “การหายไป” หรือ “ความนุ่มนวล” ในภาษาอิตาลี แน่นอนว่าในเรือนเวลานี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับการไร้ตัวตน ซึ่งต้องขอบคุณหน้าปัดที่สง่างามด้วยเข็มบอกชั่วโมงอันบางเฉียบที่ตกแต่งด้วยสีแบบไล่ระดับที่ใช้วิธีการลงสีด้วยมือจากการลงแลคเกอร์หลายชั้น เพื่อให้ลุคอันเรียบหรูชัดเจนยิ่งขึ้น Vanguard Sfumato Slim มาพร้อมกับสายหนังสีเดียวกันที่เชื่อมต่อกับตัวเรือน

ค้นพบกับเรือนเวลาใหม่จาก Franck Muller ในปี 2025 ได้ที่บูติกคอร์ติน่า วอทช์